
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี สิ่งที่คนทำงานจำนวนมากนึกถึงคือการวางแผนภาษีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนรู้จักกันดีคือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่นอกจากจะช่วยสร้างวินัยในการออมเงินเพื่อเกษียณแล้ว ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม คำถามที่หลายคนยังคงสงสัยคือ “RMF ซื้อได้เท่าไหร่ และต้องวางแผนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ?”
ความเข้าใจพื้นฐาน RMF ซื้อได้เท่าไหร่ ?
สำหรับผู้ที่สงสัยว่า RMF ซื้อได้เท่าไหร่ คำตอบคือคือสามารถซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณประเภทอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือประกันบำนาญ จะต้องมีจำนวนรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินที่แตกต่างกันไปตามเงินเดือนหรือเงินได้ของแต่ละบุคคลนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางแผนภาษี
เจาะลึก 3 มุมมอง วางแผนซื้อ RMF ให้คุ้มค่า
รู้แล้วว่า RMF ซื้อได้เท่าไหร่ ลำดับถัดไปคือการวางแผนซื้อกองทุนนี้ให้คุ้มค่า สามารถทำได้ 3 แนวทาง ดังนี้
1.ประเมินเงินได้พึงประเมินก่อนตัดสินใจ
ก่อนตัดสินใจซื้อ RMF ควรสรุปเงินได้พึงประเมินตลอดทั้งปีเพื่อคำนวณวงเงินที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง หากเงินได้พึงประเมินไม่สูงมากนัก และมีการใช้สิทธิลดหย่อนอื่นๆ ไปแล้ว การซื้อ RMF จำนวนมากอาจไม่ได้ช่วยให้ประหยัดภาษีเพิ่มขึ้นอย่างที่คิด การคำนวณที่แม่นยำจะช่วยให้ใช้สิทธิลดหย่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่มากไปและไม่น้อยไป
2.พิจารณาร่วมกับสิทธิลดหย่อนอื่น ๆ
การวางแผนภาษีไม่ควรโฟกัสว่า RMF ซื้อได้เท่าไหร่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองภาพรวมของเครื่องมือลดหย่อนอื่น ๆ ด้วย เช่น กองทุนเพื่อการออม (SSF) เบี้ยประกันชีวิต หรือค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว เพราะการซื้อ RMF เพิ่มเติมอาจกลายเป็นการลงทุนที่ไม่มีประโยชน์ในแง่ภาษี ควรประเมินสัดส่วนการลงทุนในแต่ละส่วนให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินโดยรวม ไม่ใช่แค่เพื่อลดหย่อนภาษีเท่านั้น
3.เลือกลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ตามเป้าหมายเกษียณ
RMF ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือลดหย่อนภาษี แต่ยังเป็นช่องทางการออมเพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย การเลือกกองทุนจึงไม่ควรดูแค่ว่ากองไหนผลตอบแทนดีในอดีต แต่ควรพิจารณาจากนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และช่วงเวลาการลงทุนที่เหลืออยู่
หากยังอยู่ในช่วงวัยทำงานตอนต้นหรือตอนกลางที่ยังมีระยะเวลาการลงทุนยาวนาน การเลือกลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างกองทุนหุ้นก็อาจให้โอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนที่ดีกว่า แต่หากใกล้เกษียณแล้ว การลงทุนในกองทุนที่มีความผันผวนต่ำอาจจะเหมาะสมกว่า การผสมผสานการลงทุนใน RMF ที่มีนโยบายแตกต่างกันจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนมีความสมดุลและตอบโจทย์เป้าหมายการเกษียณได้อย่างแท้จริง
การวางแผนว่าจะซื้อ RMF เท่าไหร่จึงไม่ใช่แค่การซื้อให้เต็มวงเงินลดหย่อน แต่ต้องเป็นการวิเคราะห์เงินได้ของตัวเองอย่างรอบด้าน ร่วมกับการบริหารจัดการสิทธิลดหย่อนอื่น ๆ ให้ครบถ้วน และที่สำคัญที่สุดคือการมอง RMF ในฐานะเครื่องมือสร้างความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งจะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนของคุณมีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในระยะยาว






