
การสวดมนต์จะได้อะไร หรือช่วยให้เป็นสุขร่ำรวยได้อย่างไร
ถือเป็นหนึ่งคำถามสำคัญ แต่ก่อนจะตอบว่าการสวดมนต์มีประโยชน์แท้จริงอย่างไร
ก็ควรจะทราบก่อนว่าการสวดมนต์มีความเป็นมาแท้จริงอย่างไร
ความจริงแล้วมนต์เกิดขึ้นจากประเพณีการศึกษาเล่าเรียนธรรมะที่สืบเนื่องมา
แต่ครั้งพุทธกาล ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ เหล่าพระสงฆ์จะฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วจำไว้ จากนั้นก็จะทำการแบ่งกลุ่มกันจำพระพุทธวจนะเป็นกลุ่ม
พระอานนท์ผู้มีความจำเป็นเลิศก็จะจำพระสูตรที่พระพุทธเจ้าแสดงต่อสรรพ
สัตว์และเทวดาต่างๆ ในแต่ละวัน
พระสารีบุตรจะจดจำธรรมอันยิ่งที่เกินกว่าความเข้าใจของปุถุชนนั่นคือ
พระอภิธรรม ส่วนพระอุบาลีก็จะจำในพระวินัย
ซึ่งพระสงฆ์ที่เป็นหัวหน้าสายก็จะมีศิษยานุศิษย์มากมายที่ช่วยกันท่องจำพุทธ
วจนะ ศิษย์จำต่อจากครู วันรุ่งขึ้นก็จะนำสิ่งที่ท่องจำได้ไปท่องให้ครูฟัง
เมื่อเหล่าครูบาอาจารย์เห็นว่าศิษย์จำได้แล้วก็จะมอบพุทธพจน์บทต่อๆ
ไปให้กลับไปท่องจำและปฏิบัติกันต่อไป
และเพิ่มปริมาณในสิ่งที่ท่องจำมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนการเพิ่ม LEVEL ความยาก
ในการเรียนธรรมวินัยจึงเรียกวิธีการนี้ว่า ?การต่อหนังสือ? ต่อมาจึงกลายเป็นที่มาของการสวดมนต์
พระพุทธวจนะ เรียกสั้นๆ ว่าพุทธมนต์ การท่องมนต์จึงเรียกว่า ?การสวดมนต์? และการสวดมนต์หากกระทำเป็นประจำทำบ่อยๆ จนมีเวลาลงตัวที่แน่ชัดก็เรียกกันว่าเป็นข้อปฏิบัติที่เป็น ?วัตร? ที่พระท่านเรียกว่า ?ทำวัตรสวดมนต์? การ
ที่เราต้องสวดมนต์ให้เป็นภาษาบาลี
ก็เพราะมนต์นั้นคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระองค์สอนด้วยภาษาบาลี
เมื่อเราท่องจำนำเอามนต์ซึ่งจำไว้ด้วยภาษาบาลีมาสวด
ก็เป็นธรรมดาที่เราต้องสวดมนต์เป็นภาษาบาลีซึ่งรับมาแต่เดิม
ซึ่งจะเป็นการดีและทำให้ธรรมะจากพุทธวจนะซาบซึ้งกินใจมากขึ้น
หากเราทราบความหมายหรือคำแปล
ประโยชน์ของการสวดมนต์ก็มีมากมาย เป็นการสืบต่อพุทธวจนะหรือ
คำสอนของครูบาอาจารย์ต่างๆ ไว้ไม่ให้เสื่อมสูญ
และเป็นการถ่ายทอดคำสอนนั้นให้เผยแผ่ขจรขจายออกไป
เป็นการศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าและเหล่าพระอริยสงฆ์ในรูปแบบบทสวด เป็นการฝึกจิตภาวนาให้จิตนิ่ง พัฒนาปัญญาที่ได้จากบทสวดให้รู้แจ้งมากขึ้น จึงเป็นการเกิดบุญทางหนึ่ง เพราะจิตเกิดปัญญาที่เห็นถูกต้องตรงความเป็นจริงแล้ว ย่อมนำไปสู่การคิดดี พูดดี และทำดี
อย่างพระคาถาหัวใจเศรษฐี ที่สวดสั้นๆ ว่า ?อุอากาสะ? ก็
เป็นการสวดเพื่อน้อมนำไปปฏิบัติสู่ความร่ำรวย ขยันหา รักษาดี มีกัลยาณมิตร
เลี้ยงชีวิตให้เหมาะสม
เมื่อปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดแล้วความร่ำรวยจึงจะมาเยือนได้
ไม่ใช่การเอาแต่นั่งสวดแล้วหวังว่ามันจะรวยขึ้นซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย

ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะการสวดมนต์
เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ว่าพระองค์ท่านมีคุณวิเศษอย่างไร พระธรรมคำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร
และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้ามีคุณเช่นไร
การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ
แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจ ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผล จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์
มีหลักฐานปรากฏในพระธรรมคำสอนที่กล่าวไว้ว่า โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มี 5 โอกาสด้วยกันคือ
? เมื่อฟังธรรม
? เมื่อแสดงธรรม
? เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์
? เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น
? เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ
การสวดมนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็นเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา
ตั้งแต่สมัยพุทธกาล
พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาบรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย
ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้าเป็น 2 เวลา นั่นคือ ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม ตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม การ
ฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจ
ที่เศร้าหมองให้หมดไปเพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน
การสวดมนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่น คือ
? กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม
? ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย
? วาจา เป็น
การกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ ในพระคุณทั้ง 3
พร้อมเป็นการขอขมา ในการผิดพลาดหากมีและกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่ง
ซึ่งเราเรียกได้ว่าเป็นการสร้างกุศล ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดที่เดียว

ถ้าหากบุคคลใดได้สวดมนต์เช้าและเย็นไม่ขาดแล้ว
บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่แดนพระอรหันต์อย่างแน่นอน การสวดมนต์นี้
ควรสวดมนต์ให้มีเสียงดับพอสมควร ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่จิตตน
และประโยชน์แก่จิตอื่น *ที่ว่าประโยชน์แก่จิตตน คือ
เสียงในการสวดมนต์จะกลบเสียงภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนจิต
ก็จะทำให้เกิดความสงบอยู่กับบทสวดมนต์นั้น ๆ ทำให้เกิดสมาธิและปัญญา
เข้ามาในจิตใจของผู้สวด *ที่ว่าประโยชน์แก่จิตอื่น คือ
ผู้ใดที่ได้ยินได้ฟังเสียงสวดมนต์จะพลอย ได้เกิดความรู้เกิดปัญญา
มีจิตสงบลึกซึ้งตามไปด้วย ผู้สวดก็เกิดกุศลไปด้วยโดยการให้ทานโดยทางเสียง
เหล่าพรหมเทพที่ชอบฟังเสียงในการสวดมนต์ มีอยู่จำนวนมาก
ก็จะมาชุมนุมฟังกันอย่างมากมาย
เมื่อมีเหล่าพรหมเทพเข้ามาล้อมรอบตัวของผู้สวดอยู่เช่นนั้น ภัยอันตรายต่าง ๆ
ที่ไหนก็ไม่สามารถกล้ำกลายผู้สวดมนต์ได้ตลอดจนอาณาเขตและบริเวณบ้านของผู้
ที่สวดมนต์ ย่อมมีเกราะแห่งพรหมเทพและเทวดา ทั้งหลายคุ้มครองภัยอันตราย
ได้อย่างดีเยี่ยม
การสวดมนต์เป็นการระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณเมื่อจิตมีที่พึ่งคือ คุณพระรัตนตรัย ความกลัวก็ดี ความสะดุ้งกลัวก็ดี และความขนพองสยองเกล้าก็ดี ภัยอันตรายใด ๆ ก็ดีจะไม่มีแก่ผู้สวดมนต์นั่นแล






